ป้ายไฟบอกเส้นทางบนรถ ขสมก.

เป็นประเด็นที่มีความคิดเห็นที่ค่อนข้างร้อนแรงใน Facebook ของกลุ่มคนที่สนใจเกี่ยวกับรถโดยสารประจำทาง 2 แห่ง (เกิดขึ้นคนละช่วงเวลากัน) ซึ่งความเห็นจากที่เป็นการติเพื่อก่อกลับกลายเป็นการด่ากันว่าผู้ใหญ่หลังเขารับฟังความคิดเห็นไม่ได้ ผมมองว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายหากประเด็นที่น่าสนใจนี้จะกลายเป็นสงครามน้ำลายของคน 2 รุ่น ก็เลยคิดว่าน่าจะมาเขียนสรุปประเด็นปัญหาของการเรื่องการจัดทำป้ายไฟบอกเส้นทางบนรถ เพื่อที่ภายหลังจากการดำเนินการให้ถูกต้องการกระบวนการแล้ว เราจะได้อะไรดี ๆ มาให้ใช้บริการกัน

ป้ายไฟในอดีต

ในอดีตรถโดยสารมีการใช้ป้ายไฟกันทุกคัน ตั้งแต่รถร้อนยันรถปรับอากาศเบนซ์ปานาเด่ โดยเป็นพื้นที่ไว้แสดงเลขสายและมีไฟส่องเพื่อให้มองเห็นชัดในเวลาค่ำคืน แต่ประโยชน์ใช้สอยยังค่อนข้างน้อย เนื่องจากรถรุ่นเก่าที่ใช้ป้ายไฟแบบกลไกหมุนป้ายเปลี่ยนสายนั้น ส่วนของป้ายไฟมีพื้นที่ในการแสดงข้อมูลที่ค่อนข้างน้อย (คิดว่าใหญ่กว่ากระดาษ A4 แค่นิดหน่อย) จึงแสดงข้อมูลได้อย่างมากแค่เลขสาย (มีมากกว่านั้นหน่อยก็คือชื่อเส้นทางแบบต้นทาง-ปลายทางตัวไม่ใหญ่มาก) ในภายหลังก็เลิกใช้กลไกหมุนไปเปลี่ยนเป็นสติกเกอร์ปิดทับพื้นที่ป้ายไฟดังกล่าว

ในยุคต่อมาที่มีการนำรถปรับอากาศอีซูซุ, ฮีโน่มาใช้ รวมถึงในภายหลังที่มีการนำรถปรับอากาศเครื่องยนต์มาตรฐานไอเสียยูโรทูมาใช้ พื้นที่ของป้ายไฟขนาดก็ใหญ่ขึ้นมาก ทำให้สามารถแสดงข้อมูลเลขสาย ชื่อเส้นทางได้ตัวใหญ่พอสมควร แต่ก็ยังติดประเด็นเรื่องการเดินรถในเส้นทางเสริมพิเศษต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่ค่อยสะดวกที่จะไปแก้ไขข้อมูลบนป้ายไฟอยู่ดี รวมถึงบางเขตการเดินรถก็ได้ใช้การติดสติกเกอร์ตกแต่งพื้นที่ป้ายไฟดังกล่าวทำให้เกิดภาระในการดำเนินการกับป้ายไฟเมื่อมีการปรับเปลี่ยนสายการเดินรถ ทำให้ในภายหลังจึงยกเลิกการใส่ชื่อเส้นทางบนป้ายไฟ เหลือแค่เลขสายเช่นเดียวกับรถรุ่นก่อนหน้านี้

จะเห็นว่าป้ายไฟทั้ง 2 รูปแบบในอดีตนั้นก็ยังคงความเป็นป้ายไฟแบบบ้าน ๆ เป็นป้ายที่ต้องพ่นหรือตัดสติ้กเกอร์ข้อความแปะลงไป มีภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเมื่อจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนข้อมูลบนนั้น จึงทำให้จากที่เคยใส่ข้อมูลลงไปเยอะ ๆ จึงถูกลดข้อมูลที่อยู่บนนั้นเพื่อความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

ก่อนจะถึงปัจจุบันก็มีความพยายามทดสอบป้ายไฟแบบอิเล็กทรอนิคขึ้นบนรถร้อน โดยเคยมีโครงการของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำป้ายไฟ 7-Segment มาทดลองติดให้บริการบนรถประจำทางของอีซูซุของเขตการเดินรถที่ 6 เดินรถในสาย 42 และสามารถสลับเปลี่ยนเลขเป็นสาย 7ก เพื่อเดินรถกลับอู่ได้

ป้ายไฟในปัจจุบัน

เข้าใจว่าป้ายไฟปัจจุบันนี้น่าจะมีเชื้อมาจากป้ายไฟสมัยรถปรับอากาศยูโรทู คือ มีความต้องการแสดงเลขสาย และชื่อต้นทาง และปลายทางของสายดังกล่าว โดยหวังว่าจะลดการใช้แผ่นป้ายบอกจุดหมายที่วางไว้บนคอนโซลหน้ารถซึ่งอาจจะอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นยากหรือมองไม่ชัดในเวลากลางคืน แต่ด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบที่ไม่ได้มีการถ่ายทอดความรู้ในการปรับปรุงข้อความที่อยู่บนป้ายไฟ เราจึงอยู่ในสถานการณ์ที่ป้ายไฟแสดงข้อมูลต่อไปนี้

เลขสาย ชื่อสถานที่ต้นทาง - ชื่อสถานที่ปลายทาง Origin - Destination

แต่หากพิจารณาการลักษณะการใช้งานจริง ๆ ก็พบว่าการแสดงข้อมูลในลักษณะนี้มีปัญหาบางประการดังต่อไปนี้

  • เลขสาย อยู่ไกลตาเกินไป เนื่องจากประเทศไทยเปิดประตูรถโดยสารด้านซ้าย ตำแหน่งแสดงเลขสายรถที่เหมาะสมคือ ติดกับประตูซึ่งก็คือด้านขวาสุดของป้ายนั่นเอง
  • ข้อความชื่อสถานที่ต้นทาง และปลายทาง ยาวจนล้นพื้นที่ป้ายไฟ ทำให้เกิดการเลื่อนข้อความเพื่อให้แสดงผลครบ แม้ว่าจะเลื่อนเร็ว/ช้าเพียงพอ ก็จะเกิดอาการอ่านข้อความไม่ทัน ทำให้อาจจะเกิดการขึ้นรถไม่ทันได้ เอาจริง ๆ มันก็ไม่ได้มีสาระอะไรที่ต้องแสดงข้อมูลทั้งสองอย่างนี้พร้อมกันหรอก เพราะจริง ๆ สำหรับผู้โดยสารก็ต้องการข้อมูลแค่ว่ารถคันนี้ไปสุดเส้นทางที่ใด (หรือผ่านอะไรบ้าง ถ้าพื้นที่เหลือพอจะแสดงข้อมูล) ดังนั้น ข้อความชื่อสถานที่นั้นก็อาจจะแสดงแค่ “ปลายทาง” ของเส้นทางนั้นก็พอ หากเป็นปลายทางที่อาจจะเกิดความสับสนกับสายอื่น ๆ ก็อาจจะระบุว่า “ผ่าน” ที่ไหนไปเพิ่มเติม
  • ป้ายไฟดูเหมือนกันไปหมด อาจจะทำให้เกิดความสับสนได้ การสร้างเอกลักษณ์บนป้ายไฟของรถแต่ละสายอาจจะช่วยสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น สำหรับรูปแบบที่พอเป็นไปได้ที่อาจจะเลือกนำมาใช้ (เพื่อไม่ให้เกิดความเปรอะประ) เช่น
    • เพิ่มสัญลักษณ์เพื่อบ่งบอกลักษณะของสถานที่ปลายทางของเส้นทางนั้น เช่น รูปอนุสาวรีย์ รูปเครื่องบิน รูปต้นไม้ รูปหัวรถจักร เป็นต้น
    • ปรับการแสดงตัวเลขสายใช้แบบอักษรที่แตกต่างออกไปบ้าง เช่น บางเขตการเดินรถมีการใช้แบบอักษรเลขสาย แบบเดียวกับตอนที่ใช้ป้ายไฟแบบสติกเกอร์

เมื่อสรุปจากปัญหาข้างต้นก็จะทำให้เราได้ป้ายไฟในลักษณะนี้

ปลายทาง / Destination เลขสาย

ปัญหาในการปรับเปลี่ยน

จากข้อเสนอแนะถึงการแสดงผลป้ายไฟที่ดีด้านบน ก็อาจจะเป็นที่สงสัยว่าแล้วทำไมเรายังต้องอยู่กับป้ายไฟที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานอยู่? คำตอบที่รับทราบมามีอยู่ 2 ประเด็นหลักก็คือ

ภาระงานของพนักงานระดับปฏิบัติการ

พนักงานระดับปฏิบัติการจำเป็นต้องได้รับการอบรมฝึกสอนให้ใช้งานระบบป้ายไฟให้เป็น เนื่องจากป้ายไฟรูปแบบใหม่นี้ มีความเป็นไปได้ 2 รูปแบบคือ แบบที่ไม่เปลี่ยนข้อความบนป้ายเลย อันนี้ก็มีภาระในการจัดการเพื่อใช้งานน้อย กับอีกแบบคือแบบที่มีชื่อสถานที่ปลายทางอย่างเดียว ซึ่งต้องให้พนักงานประจำรถกดเพื่อข้อความทุกเที่ยวเดินรถเพื่อให้ตรงกับจุดหมายปลายทางของเที่ยวนั้น

การอบรมฝึกสอนพนักงาน พูดเหมือนง่ายแต่จริง ๆ มันก็ไม่ได้ง่าย เพราะการจะนัดพนักงานที่ปฏิบัติงานให้มาอบรมวิธีใช้งานระบบพวกนี้ ไม่ใช่งานง่าย ๆ เลย อาจจะต้องจัดหลายรอบหลายวัน และก็อาจจะมีเหตุไม่คาดฝันจากการใช้งานที่พนักงานไม่สามารถจัดการได้เองที่ต้องเตรียมหาทางออกให้เขาด้วย

นอกจากคนใช้แล้วก็ยังมีเรื่องของคนที่ทำข้อความบนป้ายไฟ ซึ่งปัจจุบันเข้าใจว่า ขสมก. ยังให้เอกชนเจ้าของรถเป็นผู้ดำเนินการให้ จึงทำให้ขาดความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนข้อความที่ใช้งาน จำเป็นต้องอบรมพนักงานประจำอู่หรือท่ารถ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนข้อความพวกนี้ได้เองด้วย รวมถึงอาจจะต้องวางแผนร่วมกับพนักงานประจำรถเพื่อให้เข้าใจตรงกัน เพราะมันอาจจะไม่ง่ายแค่กดเลือกข้อความตามคู่มือแล้ว เนื่องจากรถแต่ละคันอาจจะมีการบันทึกข้อความที่แตกต่างกันและมีลำดับในตัวเลือกที่ไม่เหมือนกันด้วย

ยังไม่มีการขออนุญาตกับทาง ขสมก. อย่างถูกต้องตามขั้นตอน

สิ่งสำคัญสุดในระบบงานราชการคือการได้รับอนุญาตให้ดำเนินการทำอะไรต่าง ๆ เข้าใจว่าการปรับเปลี่ยนข้อความบนป้ายไฟนี้ยังไม่มีการขออนุญาตกับทาง ขสมก. (ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าต้องไปเริ่มจากตรงไหน) จนมีการสั่งการลงมาถึงระดับปฏิบัติการเพื่อขอทำการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลของป้ายไฟดังกล่าว ซึ่งจุดนี้ก็คงต้องรับสภาพในความล่าช้ากันบ้าง แต่การที่มีกลุ่มคนบางกลุ่มไปติดต่อพนักงานระดับปฏิบัติการเพื่อปรับเปลี่ยนตรงส่วนนี้เองก็เป็นการผิดขั้นตอนการทำงานของฝั่ง ขสมก. จึงทำให้สิ่งที่พยายามทำกันนั้นต้องถูกยกเลิกย้อนกลับไปสู่ป้ายไฟแบบเดิม ทางออกที่ถูกต้องก็คือการไปนำเสนอในช่องทางที่ควรจะเป็นแล้วก็รอระบบเขาจัดการภายในกันเองจนลงมาสู่ป้ายไฟหน้ารถ

สรุป

ป้ายไฟบนรถในปัจจุบันนี้ยังไม่ถือว่าใช้งานได้คุ้มค่ากับความสามารถของมัน ควรได้รับการปรับปรุง ซึ่งก็มีรูปแบบที่น่าสนใจให้ปรับปรุงได้ แต่การขออนุญาตตามกระบวนการก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ รวมถึงการอบรมพนักงานให้สามารถปฏิบัติการร่วมกับป้ายไฟด้วย เมื่อทำเสร็จทั้งหมดก็จะเป็นการยกระดับการให้บริการขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply